คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบการปฎิรูปกฎระเบียบด้านวีซ่าของอียู (Visa Code)

ประเทศสมาชิกในอียูเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ตามสถิติในปี 2017 อียูอนุมัติ วีซ่าเชงเก้นจำนวนสูงถึง 14 ล้านครั้ง การปฎิรูปกฎระเบียบด้านวีซ่าจึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกของผู้ที่เดินทางเข้ามาในอียู ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน รวมถึงการติดต่อของผู้คนหรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม นอกจากนี้ การปฏิรูปดังกล่าวยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพของการคัดกรองผู้ยื่นคำร้องของวีซ่า ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมด้านความปลอดภัยและมั่นคงภายในอียูให้สอดคล้องกับความท้าทายใหม่ๆ ในโลกยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล

ร่างกฎระเบียบมีสาระสำคัญ ดังนี้

เพิ่มความยืดหยุ่นในการขอวีซ่า กล่าวคือ ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าสามารถยื่นเอกสารล่วงหน้าได้ 6 เดือนก่อนวันเดินทาง (จากปัจจุบัน 3 เดือน) โดยสามารถยื่นได้ในประเทศที่มีถิ่นพำนัก (ยกเว้นเพียงบางกรณี) และสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้ นอกจากนี้เยาวชนอายุ 6-18 ปีอาจได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า
เพิ่มระยะเวลาสำหรับวีซ่าแบบเข้า-ออกหลายครั้ง (multiple-entry) สำหรับผู้ยื่นคำร้องที่มีประวัติการเดินทางที่ดี สามารถได้รับวีซ่าที่มีระยะเวลาเพิ่มขึ้นทีละน้อยตั้งแต่ 1-5 ปี ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา
เพิ่มค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า จาก 60 ยูโรเป็น 80 ยูโร เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถเพิ่มทรัพยากรที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ อย่างเช่นความมั่นคงและการซื้อเครื่องมือหรือซอฟแวร์ที่ทันสมัยเพื่อคัดกรองผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่า
เพิ่มความร่วมมือในการส่งกลับประเทศที่สาม (readmission) โดยประเทศที่สามที่ให้ความร่วมมือดีจะได้รับประโยชน์จากระยะเวลาการยื่นขอวีซ่าที่สั้นลง ค่าธรรมเนียมที่ลดลง/การยกเว้นค่าธรรมเนียมในบางกรณี และระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต (length of validity) ที่เพิ่มขึ้น
ในขั้นตอนต่อไป ร่างกฎระเบียบด้านวีซ่าดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป โดยจะมีผลบังคับใช้ 6 เดือนหลังการตีพิมพ์ใน Official Journal of the EU ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าที่ประชุมเต็มคณะของสภายุโรปได้ภายในเดือนมีนาคม 2562 เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนสภายุโรปชุดปัจจุบันหมดวาระ
แหล่งที่มา ภาษาไทย: https://bit.ly/2XrJImy
แหล่งที่มา ภาษาอังกฤษ: https://bit.ly/2VoqrQY