วีซ่าสหรัฐฯ : เรียนต่อ-ท่องเที่ยวอเมริกาอาจได้รับผลกระทบจากระเบียบใหม่ที่ให้เปิดเผยข้อมูลโซเชียลมีเดีย

นักศึกษาไทย และ องค์กรด้านการศึกษาต่างประเทศและเสรีภาพอินเทอร์เน็ตตั้งคำถามถึงระเบียบใหม่ของสหรัฐอเมริกาที่กำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศ ต้องเปิดเผยบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ พวกเขาคิดว่าจะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาที่ต้องการไปเรียนต่อและอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

เมื่อเร็ว ๆ นี้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ปรับระเบียบเกี่ยวกับการขอวีซ่าเพื่อยกระดับความเข้มข้นในการคัดกรองผู้ที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ที่จะขอวีซ่าต้องแสดงบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย หมายเลขโทรศัพท์และอีเมลที่เคยใช้งานย้อนหลัง 5 ปี

ทางการสหรัฐฯ คาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบกับคนที่ยื่นขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ทุกประเภทซึ่งมีจำนวนกว่า 14.7 ล้านคน รวมทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ที่จะเดินทางไปศึกษาต่อหรือทำงาน มีเพียงผู้ที่ขอวีซ่านักการทูตและข้าราชการเท่านั้นที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องให้ข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มคนที่ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมักเป็นบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศที่มีปัญหาเรื่องการก่อการร้ายเท่านั้น

  • เขาเรียนอะไรในหลักสูตร "ไทยศึกษา" ในสหราชอาณาจักร

  • มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรเรียกร้องเปลี่ยนกฎวีซ่าให้ นศ. อยู่ทำงานต่อได้ 2 ปีหลังเรียนจบ

  • วันดี-เดย์ : อดีตทหารสัมพันธมิตรร่วมรำลึกเหตุการณ์ยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี ฝรั่งเศส เมื่อ 75 ปีก่อน

  • ระเบียบใหม่นี้สร้างความกังวลให้แก่ผู้ที่จะยื่นคำร้องขอวีซ่าสหรัฐฯ อย่างมาก ขณะที่องค์กรด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ตให้ความเห็นว่าอาจเป็นการคุกคามสิทธิส่วนบุคคล


"เราทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาวิธีการปรับปรุงขั้นตอนการคัดกรอง เพื่อปกป้องประชาชนชาวอเมริกัน และสนับสนุนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวที่แท้จริง" กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯระบุ

โดยเบื้องต้นบัญชีโซเชียลที่ต้องแสดง ได้แก่ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือบัญชีอื่น ๆ ที่ใช้งานอยู่

กงสุลใหญ่ สถานทูตสหรัฐฯ ยืนยัน "ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล"
ทิมโมธี เอ็ม. แชลเรอร์ กงสุลใหญ่ แผนกกงสุล สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า นี่เป็นมาตรการใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2562 โดยเพิ่มคำถามเกี่ยวกับบัญชีโซเชียลมีเดียในเอกสารการขอวีซ่า ครอบคลุมวีซ่าเกือบทุกประเภท ทั้งวีซ่านักท่องเที่ยว วีซ่าชั่วคราว วีซ่าถาวร ยกเว้นผู้ถือพาสปอร์ตนักการทูตและข้าราชการ

"ผมขอยืนยันว่าเราจะไม่ใช้ข้อมูลนี้ในด้านที่ไม่เกี่ยวกับการขอวีซ่า" นายทิมโมธีกล่าว

นายทิมโมธี ยืนยันว่า การขอข้อมูลเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะเป็นข้อมูลที่อยู่ในสาธารณะอยู่แล้ว อีกทั้งสหรัฐฯ ก็มีกฎหมายคุ้มครอง และรักษาข้อมูลดังกล่าวอย่างเข้มงวด

เขายอมรับว่าหากผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าไม่ยินยอมเปิดเผยข้อมูลโซเชียลมีเดีย ก็อาจมีผลต่อการพิจารณาให้วีซ่า

มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ยืนขอวีซ่าตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. แต่จะไม่มีการตรวจสอบย้อนหลังสำหรับผู้ที่มีวีซ่าอยู่เดิม นายทิมโมธีกล่าว

เรียนต่อสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย
"นักเรียนค่อนข้างมีความกังวลกับการตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียมาก เพราะไม่รู้ว่าตรวจสอบยังไง ปัจจุบันนี้ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสหรัฐฯ ก็แพงอยู่แล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามาตรการนี้อาจทำให้นักเรียนส่วนหนึ่งไม่อยากเสี่ยงที่จะขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ และตัดสินใจเปลี่ยนประเทศที่จะศึกษาต่อไปเลย" ธันยวีร์ วิรุฬห์จรรย์ เจ้าหน้าที่บริษัท ไออีซี อะบรอด ซึ่งให้บริการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ให้ความเห็นกับบีบีซีไทย
แหล่งที่มา : https://www.bbc.com/thai/thailand-48512817
เครดิด BBC Thai