ซื้อตั๋วเครื่องบิน (Air tickets)

เราต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนจะไปซื้อตั๋วเครื่องบิน (Air tickets)

เราต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนจะไปซื้อตั๋วเครื่องบิน


ชื่อ-นามสกุล ที่ถูกต้องตาม พาสปอร์ต หมายเลขพาสปอร์ต หรือ ใช้หน้า Copy passport

- บอกสถานที่ต้องการจะไป ประเทศ และเมือง

- รายละเอียดวันเวลา ที่เราจะ เดินทาง สายการบิน ที่ต้องการ ใช้บริการ จำนวนกี่ที่นั่ง class ไหน

- เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อ ได้ สะดวก, อีเมล์ หรือ เบอร์แฟกซ์ (เพื่อใช้สำหรับ ทางบริษัทฯ สามารถ ส่งข้อมูล การจองตั๋ว ให้เราได้)


เมื่อทางบริษัทขายตั๋วส่งข้อมูล การทำจองมาให้แล้ว ให้เรา ทำการ ตรวจเช็ค รายละเอียดต่างๆ (ชื่อ-นามสกุล, วันเวลา สถานที่ ที่เดิน ทาง, สายการบิน,ราคา) ว่าถูกต้อง หรือไม่

ทำการเช็ครายละเอียด ทุกอย่าง ถูกต้องแล้ว ก็ทำการ จ่ายเงินกัน ตามรูปแบบ ที่ได้ตกลงกัน กับ ทางบริษัทฯ

ทางบริษัทฯ จะทำการออกตั๋วให้ ซึ่งลักษณะ ของตั๋วที่ได้อาจจะเป็น E-Ticket หรือ Paper Ticket (ตั๋วที่เป็นเล่ม)

รับตั๋วกันตามรูปแบบ ที่ตกลงกัน กับทางบริษัทฯ

ได้รับตั๋วจากทางบริษัทฯ ให้ทำการ ตรวจเช็คตั๋วอีกครั้ง ชื่อ นามสกุล และ รายละเอียดการเดินทาง เป็นอะไรที่สำคัญ ต้องเช็คอย่าง ละเอียดรอบคอบ

ในกรณีที่ตั๋วเป็น E-Ticket

ให้ตรวจเช็ครายละเอียดตั๋วที่ ทางบริษัทฯ ส่งมาให้ว่ามี เลข ที่ตั๋ว ของทาง สายการ บิน 13 หลักหรือไม่ ถ้ายังไม่มีเลขที่ตั๋ว แสดงว่า ตั๋วยังไม่ได้ทำการออก เราไม่ สามารถเดินทางได้

(บางครั้งการดำเนินงานของบริษัทฯ อาจล่าช้าเนื่องจาก มีผู้ใช้บริการมาก)

หลักในการจะซื้อ ตั๋วเครื่องบินให้ได้ราคาถูก

ถ้าซื้อตั๋วใน Low Season จะได้ตั๋วในราคาถูกกว่า High Season เพราะ High Season จะมีคนเดินทาง เพื่อไป ท่องเที่ยวมาก จำนวนผู้ใช้ บริการเครื่องบิน ก็จะมีมากตาม ไปด้วย ทำให้ราคา ตั๋วเครื่องบิน แพงตามไปด้วย

การจองซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนล่วงหน้า จะทำให้ได้ ราคาตั๋วในราคา ประหยัด บางสายการบิน จะมีช่วงโปรโมชัน ในบางช่วง ของปี

การจองตั๋วแบบ ไป-กลับ จะมี ราคาถุกกว่า จองแบบไปเที่ยวเดียว ดังนั้นควรวางแผนให้ดี

บางสายการบินราคาตั๋วจะแพงใน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุด สำคัญ ในวันเทศกาลต่างๆ เพราะ จะมีนักท่องเที่ยว ออกเดินทาง ท่องเที่ยวมาก ดังนั้น ควรเลือก เดินทางใน วันธรรมดา จะทำให้ได้ ราคาตั๋วที่ถูก



ข้อมูลการเตรียมซื้อตั๋วเครื่องบิน

1.เตรียมดูตั๋วไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ

หากเพื่อนๆคิดจะไปเที่ยวที่ไหนซักที่ ให้วางแผนล่วงหน้าก่อนวันเดินทางให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รู้ไหมครับว่าแต่ละสายการบินเขาออกตั๋วไว้เตรียมขายล่วงหน้าตั้งแต่ 11 เดือนที่แล้วนู่นแน่ะ แนะนำให้เพื่อนๆเริ่มดูตั๋วกันได้เลย และเข้าไปเช็คบ่อยๆซักอาทิตย์ละครั้ง พอเจอดีลในราคาที่ใช่จะได้กดจองทัน หากไปจองเอาใกล้ๆก็อาจจะโชคดีได้ดีลนาทีสุดท้าย แต่ก็ไม่การันตีนะครับว่าดีลจะยังเหลือให้เพื่อนๆได้จองจริงๆ

2. เลือกเวลาซื้อตั๋วก่อนวันบินประมาณ 7-12 สัปดาห์

มีการศึกษาโดย CheapAir ที่วิจัยการค้นหาเที่ยวบินกว่า 560 ล้านเที่ยวพบว่า หากจะจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ให้จองล่วงหน้าอย่างต่ำ 7 สัปดาห์ และอย่างต่ำ 11 สัปดาห์ล่วงหน้าสำหรับตั๋วเที่ยวบินระหว่างประเทศ และตั๋วจะเริ่มแพงมากๆหากเพื่อนๆจองล่วงหน้าเพียง 14 วัน และหากจองล่วงหน้านานเกินไปหรือมากกว่า 5 เดือนขึ้นไป ราคาตั๋วก็จะยังไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดครับ ส่วนเรื่องให้จองตั๋วในวันอังคารหรือวันพุธเพื่อให้ได้ราคาถูกที่สุด นั่นก็เป็นแค่ความเชื่อเท่านั้นครับ

3. เลือกวันเวลาของเที่ยวบินให้ดี

เป็นที่เห็นพ้องต้องกันว่า หากเพื่อนๆเลือกจองเที่ยวบินที่ออกบินในวันอังคาร วันพุธ หรือวันเสาร์ เพื่อนๆจะได้ตั๋วราคาถูกกว่าการจองวันอื่นๆ เพราะเป็นวันมีที่นั่งเหลือมาก และไม่ควรจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินวันศุกร์หรือวันอาทิตย์ เพราะจะแพงที่สุดครับ นอกจากนี้ หากเพื่อนๆจองเที่ยวบินที่เวลาบินไม่ใช่เวลาปกติ เช่น ไฟลท์ดึกหรือไฟลท์เช้ามืด ก็จะได้ดีลราคาดีที่สุดเช่นกันครับ

4. เปลี่ยนวิธีการจ่ายเงิน

หากเพื่อนๆใช้บัตรเครดิตในการจ่ายเงินจองตั๋วเครื่องบิน ก็มักจะมีการหักค่าธรรมเนียมเข้าไปด้วย นั่นทำให้ราคาตั๋วสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นหากลองเลี่ยงการจ่ายด้วยบัตรเครดิต ก็จะลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ครับ อย่างไรก็ดี หากเป็นการจองเที่ยวบินระหว่างประเทศ การใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการก็อาจได้ประโยชน์เพราะทำให้เพื่อนๆสามารถสะสมแต้มแลกไมล์บินได้นั่นเอง

5. หาเที่ยวบินที่มุ่งหน้าไปสนามบินทางเลือก

หากจะจองตั๋วเครื่องบินไปยังเมืองใดเมืองหนึ่ง ลองเช็คดูครับเผื่อว่าจะมีสนามบินอีกแห่งในเมืองเดียวกัน ลองเช็คราคาของทั้งสองจุดหมายแล้วซื้อตั๋วไปยังจุดหมายที่ราคาถูกที่สุด แต่ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าเมืองให้ดีนะครับ เพราะบางทีบวกค่ารถบัสไปแล้ว เอาไปซื้อตั๋วไปสนามบินหลักอาจจะถูกกว่า

6. จองโดยใช้หลายๆสายการบิน

ลองเปรียบเทียบราคาในหลายๆสายการบิน โดยมิกซ์แอนด์แมตช์ตัวเลือกที่ถูกที่สุด เช่นขาไปไปกับสายการบินหนึ่ง ขากลับอาจไปกับอีกสายการบินหนึ่ง ก็ทำให้สามารถจองตั๋วเครื่องบินที่ราคาถูกลงได้ครับ

7. หลีกเลี่ยงเดินทางช่วงวันหยุด

หากเป็นช่วงก่อนหรือหลังช่วงวันหยุดประมาณ 7 วัน ให้หลีกเลี่ยงการจองตั๋วเครื่องบินช่วงนี้ครับ แน่นอนว่าทั้งคนแน่นและตั๋วจะมีราคาแพง นี่รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปด้วย โดยหาก ณ ขณะนั้นเป็นช่วง high season ราคาตั๋วก็จะแพงขึ้นนั่นเองครับ

8. ยิ่งรอต่อเครื่องนาน ยิ่งถูก

หากเพื่อนๆอดใจรอไหวเพื่อให้ได้ตั๋วที่ถูก แนะนำให้จองตั๋วเครื่องบินที่ใช้ระยะเวลาต่อเครื่องที่นานขึ้น ก็จะได้ราคาตั๋วที่ถูกลงครับ

9. ประหยัดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเข้าไว้

บางสายการบินจะมีการเก็บค่าบริการเพิ่มเติมหากเพื่อนๆต้องโหลดกระเป๋าหรือถือกระเป๋าสองใบ ให้ลองจัดสัมภาระในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ให้กระเป๋ามีขนาดใหญ่เกินไป หรือเลือกใช้สายการบินที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมโหลดกระเป๋าก็จะลดค่าใช้จ่ายได้ครับ



ข้อควรรู้สำหรับการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับเด็ก

การแบ่งช่วงอายุของผู้โดยสารเด็ก

ทารก : อายุ 7 วัน – 23 เดือน

เด็ก : อายุ 2 – 11 ปี

ข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้โดยสารที่เป็นเด็ก



เด็กทารกต้องมีอายุอย่างน้อย 7 วัน ในวันเดินทาง สายการบินจึงจะอนุญาตให้เดินทางได้แต่ต้องแจ้งกับสายการบินก่อน โดยจะเสียค่าตั๋วประมาณ 10% ของราคาตั๋วผู้ใหญ่

เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี ในวันเดินทางต้องมีผู้ดูแลที่อายุมากกว่า 16 ปีขึ้นไปเดินทางไปด้วย โดยจะต้องเป็นคนในครอบครัวหรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็ก หากไม่มีผู้ดูแลเดินทางไปด้วย เด็กจะต้องสมัครบริการ Unaccompanied Minor (UM)

ผู้ปกครองจะต้องแจ้งก่อนเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชม. เนื่องจากสายการบินได้มีจำกัดจำนวนในการรับเด็กที่จะเดินทางในแต่ละเที่ยวบินคือ ใน Royal First Class/Royal Silk Class จะได้รับเฉพาะเด็กที่มีอายุระหว่าง 8 – 11 ปี เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วน Economy Class จะรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5 – 7 ปี เพียง 6 คนเท่านั้น ทั้งนี้จะสามารถรับเด็กอายุ 8 – 11 ปี ได้ไม่เกิน 30 คน ต่อหนึ่งเที่ยวบิน

การแบ่งช่วงอายุของผู้โดยสารเด็ก

ทารก : อายุ 7 วัน – 23 เดือน

เด็ก : อายุ 2 – 11 ปี

ข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้โดยสารที่เป็นเด็ก



เด็กทารกต้องมีอายุอย่างน้อย 7 วัน ในวันเดินทาง สายการบินจึงจะอนุญาตให้เดินทางได้แต่ต้องแจ้งกับสายการบินก่อน โดยจะเสียค่าตั๋วประมาณ 10% ของราคาตั๋วผู้ใหญ่

เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี ในวันเดินทางต้องมีผู้ดูแลที่อายุมากกว่า 16 ปีขึ้นไปเดินทางไปด้วย โดยจะต้องเป็นคนในครอบครัวหรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็ก หากไม่มีผู้ดูแลเดินทางไปด้วย เด็กจะต้องสมัครบริการ Unaccompanied Minor (UM)

ผู้ปกครองจะต้องแจ้งก่อนเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชม. เนื่องจากสายการบินได้มีจำกัดจำนวนในการรับเด็กที่จะเดินทางในแต่ละเที่ยวบินคือ ใน Royal First Class/Royal Silk Class จะได้รับเฉพาะเด็กที่มีอายุระหว่าง 8 – 11 ปี เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วน Economy Class จะรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5 – 7 ปี เพียง 6 คนเท่านั้น ทั้งนี้จะสามารถรับเด็กอายุ 8 – 11 ปี ได้ไม่เกิน 30 คน ต่อหนึ่งเที่ยวบิน

จองตั๋วเครื่องบินพาเด็กๆ ไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวกับสายการบินการบินไทย