อเมริกา


อัตราค่าบริการเริ่มต้น (ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!! ก่อนทำวีซ่า)

แพ๊คเกจเริ่มต้น
2,500

แพ๊คเกจโดนใจ
4,500

แพ๊คเกจสุดคุ้ม
6,500

ดำเนินการ7-10วันทำการ ดำเนินการภายใน3-5วันทำการ ดำเนินการภายใน3-5วันทำการ
แนะนำเอกสารเบื้องต้นที่ต้องใช้ แนะนำเอกสารเบื้องต้นที่ต้องใช้ แนะนำเอกสารเบื้องต้นที่ต้องใช้
บริการกรอกข้อมูลและนัดหมายวีซ่า บริการกรอกข้อมูลและนัดหมายวีซ่า บริการกรอกข้อมูลและนัดหมายวีซ่า
ช่วยวางแผนการเดินทาง ช่วยวางแผนการเดินทาง ช่วยวางแผนการเดินทาง
ฟรีให้คำปรึกษาตลอดการทำวีซ่า แปลเอกสารเบื้อต้นไม่เกิน 4 ฉบับ แปลเอกสารเบื้อต้นไม่เกิน 10 ฉบับ
  จัดส่งผลวีซ่าทางไปรษณีย์ จัดส่งผลวีซ่าทางไปรษณีย์
  ฟรีให้คำปรึกษาตลอดการทำวีซ่า ฟรีให้คำปรึกษาตลอดการทำวีซ่า
คุณสมบัติผู้สมัครวีซ่าชนิด B1/B2

ผู้สมัครวีซ่าชนิด B1/B2 จะต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่กงสุลว่าท่านมีคุณสมบัติที่จะได้รับวีซ่าตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ (INA) โดยมาตรา 214(b) ของ INA จะสันนิษฐานว่าผู้สมัครวีซ่าชนิด B-1/B-2 นั้นมีเจตนาที่จะอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร ท่านต้องพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานทางกฎหมายดังกล่าวให้เป็นที่พอใจว่า

วัตถุประสงค์ของการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกานั้นเป็นการเยี่ยมเยียนชั่วคราวเช่น เพื่อธุรกิจ การพักผ่อน หรือการรักษาด้านการแพทย์
ท่านวางแผนที่จะอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราวตามที่ระบุไว้
หลักฐานการเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายระหว่างอยู่ในสหรัฐอเมริกา
ท่านมีที่อยู่อาศัยนอกสหรัฐอเมริกาและมีความผูกพันทางสังคมหรือเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ที่จะทำให้แน่ใจว่าผู้สมัครจะเดินทางกลับประเทศเมื่อการเยี่ยมเยียนสิ้นสุดลง

เอกสารที่ต้องเตรียมในการยื่นขอ VISA ชั่วคราวประเภท B1 / B2

1. PASSPORT เล่มจริง และถ่ายเอกสาร ทุกเล่มที่มีในระยะเวลา 10 ปี
2. รูปถ่ายสี ขนาด 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว (ห้ามใส่แว่น , ปกปิดใบหู) ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน
3. สำเนาทะเบียนบ้าน,สำเนาบัตรประชาชน (ถ่ายเอกสาร)
4. ใบสูติบัตร (สำหรับเด็กที่ยังมีอายุไม่ถึง 15 ปี หรือยังไม่มีบัตรประชาชน)
5. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ในกรณีเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล)
6. สำเนาใบทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนใบหย่า *กรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต ขอสำเนาใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี )
      (กรณีคู่สมรสไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีบุตรด้วยกัน ให้แสดงใบสูติบัตรของบุตรท่านด้วย)
7. ธุรกรรมทางการเงิน สำเนา Statement ย้อนหลัง 6 เดือน นับจากวันที่จะทำการยื่นขอวีซ่า
8. หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักทรัพย์ บ้าน คอนโด ที่ดิน กองทุน หุ้น ฯลฯ
9.หลักฐานการทำงาน
      9.1 กรณีทำงานประจำ ให้ทางบริษัทที่ท่านทำงานออกหนังสือรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่งหน้าที่และเงินเดือน, ใบลา หรือ หลักฐาน สลิปเงินเดือน
      9.2 กรณีเจ้าของกิจการ ต้องเตรียมหนังสือรับรองบริษัท/ทะเบียนการค้า/บัตรเกษตรกร หรือเอกสารอื่น ๆ ที่แสดงว่าเราเป็นเจ้าของ เช่น ภาพถ่ายรูปสถานที่ทำงาน ร้าน สินค้า มีท่านอยู่ในภาพ
      9.3 กรณีนักศึกษา หลักฐานการศึกษา เช่น หนังสือรับรองว่า เราเป็นนักศึกษาระดับใด ชื่อสถาบัน จะกลับมาทำการศึกษาในปีการศึกษาถัดไป
    กรณีการยื่นแบบมีสปอนเซอร์ (ผู้ติดตาม ,ผู้ปกครอง) ให้เตรียมเอกสารของท่านที่จะยื่นวีซ่า 1 ชุด ตามที่เรากำหนด (ถ้ามีบางเอกสาร) และของสปอนเซอร์ใช้เอกสารเหมือนผู้ที่ยื่นอีก 1 ชุด
    กรณีมีเอกสารจดหมายเชิญจากคนรู้จักที่ต่างประเทศ จะต้องใช้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ หรือ การจองตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ

  หมายเหตุ : หากลูกค้าไม่เข้าใจขั้นตอนการเตรียมเอกสาร หรือไม่เอกสารตามที่เราแจ้ง หรือท่านเคยทำการยื่นวีซ่าด้วยตนเองมาแล้วไม่ผ่าน เรายินดีช่วยให้คำปรึกษาท่านได้

  *กรณีที่ผู้สมัครทำการยื่นวีซ่าด้วยตัวเองแล้วไม่ผ่าน หากต้องการทำการแก้ไขและเพิ่มโอกาสการผ่านวีซ่าให้สูงขึ้น หรือต้องการจะเดินทางด่วนแต่ไม่มีวันนัดสัมภาษณ์ทางบริษัทของเราสามารถช่วยท่านได้ เพียงติดต่อเรา

หมายเหตุ : ราคาค่าบริการยังไม่รวมค่าธรรมเนียมวีซ่าของทางสถานทูต , ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับทางสถานทูตกำหนดมา (ค่าธรรมเนียมวีซ่า B1/B2 ราคา 160 USD.)


วิธีการสมัคร
ขั้นตอนที่ 1
กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160)

ขั้นตอนที่ 2
ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

ขั้นตอนที่ 3
ทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่าผ่านเว็บนี้ ท่านจะต้องใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการทำนัดสัมภาษณ์

หมายเลขหนังสือเดินทางของท่าน
หมายเลขใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าของท่าน (คลิก ที่นี่ หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการค้นหาหมายเลขดังกล่าว)
หมายเลขบาร์โค้ดสิบ (10) หลักที่ระบุไว้บนหน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160
ขั้นตอนที่ 4
ไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาตามวันและเวลาที่ท่านมีนัดสัมภาษณ์ ท่านต้องนำใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ ใบยืนยัน DS-160 ของท่าน รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนหนึ่งใบ หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันและเล่มเก่าทั้งหมดและใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าตัวจริงมาด้วย คำร้องที่ไม่มีเอกสารทั้งหมดดังกล่าวจะไม่ได้รับการพิจารณา

เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่า
เอกสารพิ่มเติมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่กงสุลจะนำมาพิจารณาประกอบการสัมภาษณ์ โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจะตัดสินใบคำร้องแต่ละกรณีจากปัจจัยด้านอาชีพ สังคม วัฒนธรรม และปัจจัยอื่นๆที่มีอยู่ขณะที่ทำการตัดสิน โดยอาจดูเจตนาของท่าน สถานการณ์ด้านครอบครัว แผนระยะยาวของท่าน ตลอดจนสถานการณ์ภายในประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งแต่ละกรณีจะได้รับการพิจารณาเป็นรายบุคคลภายใต้กฎหมาย

ข้อควรระวัง: อย่าแสดงเอกสารปลอม การหลอกลวงหรือการกรอกข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจทำให้ท่านเสียสิทธิ์ในการร้องขอวีซ่าอย่างถาวร หากท่านมีความกังวลเรื่องความลับของข้อมูล ผู้สมัครควรนำเอกสารต่างๆ ใส่ซองปิดผนึกมายังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาด้วยตนเอง สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้ใดและจะเคารพข้อมูลที่เป็นความลับของท่าน

ท่านควรนำเอกสารต่อไปนี้มาในวันสัมภาษณ์ ควรนำเอกสารตัวจริงมาแทนสำเนา อย่าส่งโทรสาร อีเมล หรือส่งเอกสารประกอบของท่านไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาทางไปรษณีย์

หลักฐานแสดงรายได้ การชำระภาษี เอกสารครอบครองทรัพย์สินหรือธุรกิจ หรือสินทรัพย์
รายละเอียดการเดินทางและ/หรือคำอธิบายอื่นๆ เกี่ยวกับการเดินทางของท่าน
หนังสือจากผู้ว่าจ้างแสดงรายละเอียดตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาการว่าจ้าง และการอนุมัติวันหยุดหรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา
ประวัติอาชญากรรมหรือการดำเนินคดีในศาลเกี่ยวกับการถูกจับกุมหรือถูกตัดสินโทษในทุกที่ แม้ว่าท่านจะได้ชดใช้ความผิดนั้นแล้วหรือได้รับอภัยโทษในภายหลังก็ตาม
นอกจากนั้น ท่านควรพิจารณานำเอกสารต่อไปนี้มาด้วย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทางของท่าน

นักเรียน
นำผลการเรียนล่าสุด ใบรับรองผลการศึกษา และใบรับปริญญา/ใบประกาศนียบัตรมาด้วย นำหลักฐานการสนับสนุนทางการเงินเช่น ใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือนจากธนาคาร ใบรับเงินฝากประจำ หรือหลักฐานอื่นๆ

ผู้บรรลุนิติภาวะที่ทำงานแล้ว
นำหนังสือว่าจ้างจากผู้ว่าจ้างและสลิปเงินเดือนสามเดือนที่ผ่านมา

นักธุรกิจและผู้อำนวยการบริษัท
นำหลักฐานแสดงการดำรงตำแหน่งในบริษัทและเงินตอบแทน

เดินทางไปเยี่ยมญาติ
นำสำเนาหลักฐานสถานภาพของญาติที่อยู่ในประเทศสหรัฐฯ (เช่นกรีนการ์ด ใบรับรองสัญชาติ วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ เป็นต้น)

ผู้เคยเยี่ยมเยียนสหรัฐอเมริกา
หากท่านเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกามาก่อน ให้นำเอกสารยืนยันการเดินทางเข้าประเทศและสถานะวีซ่ามาประกอบ

เอกสารประกอบสำหรับผู้สมัครที่ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาล
หากท่านต้องการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ท่านควรเตรียมเอกสารประกอบต่อไปนี้นอกเหนือจากเอกสารที่ระบุไว้ข้างต้นและเอกสารที่เจ้าหน้าที่กงสุลอาจร้องขอ

รายงานการวินิจฉัยจากแพทย์ในประเทศของท่านที่อธิบายถึงลักษณะของอาการป่วยและเหตุผลที่ท่านต้องการเข้ารับการรักษาในสหรัฐอเมริกา
หนังสือจากแพทย์หรือสถานพยาบาลในสหรัฐอเมริกาแจ้งความยินยอมที่จะรักษาอาการป่วยดังกล่าว รวมทั้งรายละเอียดเรื่องระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษา (รวมทั้งค่าบริการของแพทย์ โรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอื่นๆทั้งหมด)
หนังสือแจ้งความรับผิดชอบด้านการเงินจากบุคคลหนึ่งหรือองค์กรที่ออกค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าพักอาศัยของท่าน บุคคลที่รับรองการชำระเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องแสดงหลักฐานว่ามีกำลังทรัพย์พอที่จะให้การสนับสนุนโดยมักจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดบัญชีจากธนาคาร เอกสารแสดงรายรับ/เงินออม หรือสำเนาการยื่นภาษีเงินได้